วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ทายนิสัยจากการจับมือ
หลายคู่รักคงเคยจับมือกันกันใช่ไหมค่ะ การจับมือเปรียบเสมือนสายใยบาง ๆ ระหว่างคู่รักที่สามารถสัมผัสถึงความรักและ ความอบอุ่นเหล่านั้นได้ และวันนี้เราก็นำการทายนิสัยจากการจับมือมาฝากคุณ ๆ กันด้วยนะค่ะ มาดูซิว่า การจับมือนั้นจะบอกอะไรได้บ้างเอ่ย แล้วจะแม่นขนาดไหนนั้นเราก็ลองมาำทำการ ทายนิสัยจากการจับมือ กันดีกว่าค่ะ ว่าแล้วก็มาเริ่มทายนิสัยจากการจับมือกันเลย บีบมือแน่นมาก
คนที่บีบมือของอีกฝ่ายจนรู้สึกได้ว่าจับแน่นมากนั้น บอกถึงนิสัยที่เป็นคนมีพลังสูงและมีความเชื่อมั่นในตัวเองเยอะมากว่า สามารถทำงานทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้มีลักษณะของการเป็นผู้นำ และถ้าคนจับมือแบบนี้เป็นผู้ชายบอกให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่ต้องการมีอำนาจเหนือคนอื่นและต้องการให้คนอื่นรู้สึกประทับใจตัวเอง แต่ว่าเป็นคนที่ขาดอารมณ์ศิลปะไร้รายละเอียดและไม่ค่อยให้ค่าความสำคัญกับคนอื่นนัก
บีบนาน
อุปนิสัยของคนที่มักจับมือผู้อื่น บีบเสียนานนี้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นคนเจ้าชู้อยู่สักหน่อย ชอบการมีความรัก และชอบการได้อยู่ชิดใกล้กับคนที่ตนรัก ต้องการความรักความอบอุ่น และความสนใจมากเป็นพิเศษ และมีความเป็นเพื่อนที่ดีต่อคนที่คบหา แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ออกจะเป็นคนที่หึงหวง และถือสิทธิในสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ
บีบเบาๆ
คนที่เวลาจับมือแล้วบีบมืออีกฝ่ายเบา ๆ เหมือนไม่กล้าจับมือของอีกฝ่าย อุปนิสัยโดยทั่วไปมักจะเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบง่ายๆ และสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียดกับอะไรมากนัก จะหลีกเลี่ยงภาระทุกอย่างที่ต้องรับผิดชอบนอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีลักษณะของการ “ตามน้ำ” ปล่อยโชคชะตาให้ขึ้นอยู่กับคนที่เหนือกว่า มักเป็นผู้ตามมากกว่าเป็นผู้นำในด้านการทำงานจึงมักจะเป็นผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก
บีบด้วยน้ำหนักพอดีๆ
ถ้าน้ำหนักจังหวะในการจับมือของคนๆ นั้นไม่แน่นไม่เบาแต่กำลังพอดีๆ และในขณะจับมือนั้นก็มองตาอีกฝ่ายเขาไปด้วย แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนจริงใจและตรงไปตรงมาเป็นคนมีเหตุผลและให้คำปรึกษาที่ดีแก่คนที่ต้องการ เวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤตจะเป็นคนที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ดีและถ้าคนจับเป็นผู้ชายแสดงว่าหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงเป็นคนที่สามารถไว้ใจได้
จับสองมือ
สำหรับคนที่ใช้มือทั้งสองมือจับมือของอีกฝ่ายนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดีชอบการหยิบยืนมิตรภาพให้ผู้อื่นจึงมีเพื่อนมากแล้วก็ยังเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงใครได้อยู่ด้วยจะรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา แต่จะไม่ชอบความเป็นทางการเมื่อชอบใครจะแสดงออกมาอย่างเปิดเผย ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายที่มาจับมือผู้หญิงแบบนี้แสดงให้รู้ว่าเขาต้องการคุ้มครองดูแลเอาใจใส่อีกฝ่าย เป็นท่าทีที่แสดงออกถึงความจริงใจแต่จะเป็นคนอ่อนไหว
ใช้ปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับคนที่ใช้แต่เพียงปลายนิ้วสัมผัสอีกฝ่ายเพียงเบาๆ นั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอ่อนไหวง่ายมีอารมณ์ละเอียดอ่อนและต้องการความรักความอบอุ่นสูง แต่เป็นคนใจคอกว้างขวางมักจะเสียสละเพื่อคนอื่นและในกรณีที่เป็นผู้ชายแสดงว่าเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่เชื่อมั่นในตัวเองคาดหวังอะไรไม่ค่อยได้เกิดมาเพื่อจะเป็นผู้ตามเท่านั้น
จับมือเขย่า
คนที่มักจับมืออีกฝ่ายเขย่านั้นนิสัยมักเป็นคนกระตือรือร้นมีอารมณ์ขัน สนุกสนาน มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ผู้คนมักมาสนิทสนมและไว้วางใจเพราะจะมีท่าทางเป็นคนเปิดเผย อารมณ์ดี มีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกันก็จะมีความอดทนสูงชอบช่วยเหลือแก้ปัญหาให้คนอื่น ในกรณีที่เป็นผู้ชายและจับมือกับเพศตรงข้ามเช่นนี้ แสดงว่าเขาเป็นคนที่ต้องการความอบอุ่นไม่ชอบความอ้างว้าง
ไม่จับมือเลย
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบจับมือใครเลยนั้นจะมีนิสัยเป็นคนที่อนุรักษ์นิยมไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงรักความสันโดษ คล้ายๆ กับว่าจะเป็นคนขี้อายแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เป็นคนจริงจังและซื่อสัตย์ไว้วางใจคนง่ายเมื่อคบหาใครเป็นเพื่อนก็หมายความว่าเป็นเพื่อนแท้หรือเพื่อนตายกันไปเลย สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเป็นคนไม่ค่อยระวังตัวนักอาจโดนหลอกได้ง่ายๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก forward mail ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
คนที่บีบมือของอีกฝ่ายจนรู้สึกได้ว่าจับแน่นมากนั้น บอกถึงนิสัยที่เป็นคนมีพลังสูงและมีความเชื่อมั่นในตัวเองเยอะมากว่า สามารถทำงานทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้มีลักษณะของการเป็นผู้นำ และถ้าคนจับมือแบบนี้เป็นผู้ชายบอกให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่ต้องการมีอำนาจเหนือคนอื่นและต้องการให้คนอื่นรู้สึกประทับใจตัวเอง แต่ว่าเป็นคนที่ขาดอารมณ์ศิลปะไร้รายละเอียดและไม่ค่อยให้ค่าความสำคัญกับคนอื่นนัก
บีบนาน
อุปนิสัยของคนที่มักจับมือผู้อื่น บีบเสียนานนี้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นคนเจ้าชู้อยู่สักหน่อย ชอบการมีความรัก และชอบการได้อยู่ชิดใกล้กับคนที่ตนรัก ต้องการความรักความอบอุ่น และความสนใจมากเป็นพิเศษ และมีความเป็นเพื่อนที่ดีต่อคนที่คบหา แต่ถ้าเป็นผู้ชาย ออกจะเป็นคนที่หึงหวง และถือสิทธิในสิ่งที่ตนเป็นเจ้าของ
บีบเบาๆ
คนที่เวลาจับมือแล้วบีบมืออีกฝ่ายเบา ๆ เหมือนไม่กล้าจับมือของอีกฝ่าย อุปนิสัยโดยทั่วไปมักจะเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบง่ายๆ และสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียดกับอะไรมากนัก จะหลีกเลี่ยงภาระทุกอย่างที่ต้องรับผิดชอบนอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีลักษณะของการ “ตามน้ำ” ปล่อยโชคชะตาให้ขึ้นอยู่กับคนที่เหนือกว่า มักเป็นผู้ตามมากกว่าเป็นผู้นำในด้านการทำงานจึงมักจะเป็นผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จนัก
บีบด้วยน้ำหนักพอดีๆ
ถ้าน้ำหนักจังหวะในการจับมือของคนๆ นั้นไม่แน่นไม่เบาแต่กำลังพอดีๆ และในขณะจับมือนั้นก็มองตาอีกฝ่ายเขาไปด้วย แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนจริงใจและตรงไปตรงมาเป็นคนมีเหตุผลและให้คำปรึกษาที่ดีแก่คนที่ต้องการ เวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤตจะเป็นคนที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ดีและถ้าคนจับเป็นผู้ชายแสดงว่าหนุ่มคนนี้เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงเป็นคนที่สามารถไว้ใจได้
จับสองมือ
สำหรับคนที่ใช้มือทั้งสองมือจับมือของอีกฝ่ายนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดีชอบการหยิบยืนมิตรภาพให้ผู้อื่นจึงมีเพื่อนมากแล้วก็ยังเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงใครได้อยู่ด้วยจะรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวา แต่จะไม่ชอบความเป็นทางการเมื่อชอบใครจะแสดงออกมาอย่างเปิดเผย ซึ่งถ้าเป็นผู้ชายที่มาจับมือผู้หญิงแบบนี้แสดงให้รู้ว่าเขาต้องการคุ้มครองดูแลเอาใจใส่อีกฝ่าย เป็นท่าทีที่แสดงออกถึงความจริงใจแต่จะเป็นคนอ่อนไหว
ใช้ปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับคนที่ใช้แต่เพียงปลายนิ้วสัมผัสอีกฝ่ายเพียงเบาๆ นั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอ่อนไหวง่ายมีอารมณ์ละเอียดอ่อนและต้องการความรักความอบอุ่นสูง แต่เป็นคนใจคอกว้างขวางมักจะเสียสละเพื่อคนอื่นและในกรณีที่เป็นผู้ชายแสดงว่าเป็นคนที่อ่อนแอ ไม่เชื่อมั่นในตัวเองคาดหวังอะไรไม่ค่อยได้เกิดมาเพื่อจะเป็นผู้ตามเท่านั้น
จับมือเขย่า
คนที่มักจับมืออีกฝ่ายเขย่านั้นนิสัยมักเป็นคนกระตือรือร้นมีอารมณ์ขัน สนุกสนาน มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ผู้คนมักมาสนิทสนมและไว้วางใจเพราะจะมีท่าทางเป็นคนเปิดเผย อารมณ์ดี มีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกันก็จะมีความอดทนสูงชอบช่วยเหลือแก้ปัญหาให้คนอื่น ในกรณีที่เป็นผู้ชายและจับมือกับเพศตรงข้ามเช่นนี้ แสดงว่าเขาเป็นคนที่ต้องการความอบอุ่นไม่ชอบความอ้างว้าง
ไม่จับมือเลย
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบจับมือใครเลยนั้นจะมีนิสัยเป็นคนที่อนุรักษ์นิยมไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงรักความสันโดษ คล้ายๆ กับว่าจะเป็นคนขี้อายแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เป็นคนจริงจังและซื่อสัตย์ไว้วางใจคนง่ายเมื่อคบหาใครเป็นเพื่อนก็หมายความว่าเป็นเพื่อนแท้หรือเพื่อนตายกันไปเลย สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเป็นคนไม่ค่อยระวังตัวนักอาจโดนหลอกได้ง่ายๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก forward mail ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
วิธี สครับปาก
เพียงขัดริมฝีปากด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มหลังแปรงฟันสัปดาห์ละครั้งเพื่อขจัดเซลล์เก่าให้หลุดออก และหากมีเวลาให้นำน้ำตาลเม็ดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะมาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บีบมะนาวลงไปเล็กหน่อยแล้วขัดริมฝีปากสักครู่จึงล้างออก เพียงเท่านี้คุณก็จะมีริมฝีปากที่สดใสเนียนนุ่มไปอีกนาน...
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Health&Cuisine ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
ขาเรียบเนียนทันใจ ทำได้ด้วย..?
แต่เคยไหมคะที่เวลาหยิบกระโปรงหรือกางเกงขาสั้นมาใส่ พอมองตัวเองในกระจกแล้ว ก็ต้องพบว่าเรียวขาของคุณนั้นดูไม่เนียนเอาซะเลย แต่ก็ขี้เกียจจะจัดการกับมัน จนคุณต้องเปลี่ยนเอากางเกงขายาวมาใส่แทน โดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนที่คุณต้องรีบไปให้ทันตามนัด การกำจัดขนขาเห็นจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากวุ่นวายซะจริงๆ ค่ะ
ขั้นที่หนึ่ง
โกน ถ้าหากคุณไม่อยากออกไปแว๊กซ์ขนตามร้านเสริมสวย หรือไม่มีเวลามากนัก ให้คุณโกนขนขาเพื่อให้เรียวขาคุณดูเนียนขึ้น
ขั้นที่สอง
ใช้ออยล์หรือโลชั่นทาบริเวณเรียวขาหลังการโกน แต่การใช้ออยล์จะดีกว่าค่ะ เพราะจะทำให้เรียวขาคุณดูสว่างใสขึ้น ขณะเดียวกันก็ดูชุ่มชื้นนุ่มนวล ดูสุขภาพดีมากขึ้นด้วย
ขั้นที่สาม
ใช้แป้งที่มีกลิตเตอร์ปัดทับลงไปให้ทั่วเรียวขา โดยเน้นบริเวณหน้าแข้ง และหัวเข่า เพื่อเพิ่มความสว่างใสมากขึ้น
ขั้นที่สี่
อาจใช้รองพื้นแต้มบริเวณที่มีรอยแผลเป็นหรือรอยช้ำ เพื่อให้รอยแผลเป็นหรือรอยช้ำบนเรียวขาคุณดูนุ่มขึ้น เสร็จแล้วปัดกลิตเตอร์อีกครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลการดูแลผิวสวยผิวขาวจาก ไทยโพสต์ ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต
อากาศเป็นพิษจากเทียนแฟนซี
ในสมัยก่อนเทียนไขส่วนใหญ่ทำมาจากวัตถุดิบตามธรรมชาติ เช่น ขี้ผึง ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพของคนเรา แต่ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นเทียนที่ขายมีรูปร่างและสีต่างๆกัน เช่น เขียว เหลือง แดง ม่วง น้ำเงิน และสีอื่นๆอีก พร้อมกับรูปร่างของเทียนก็มีหลากหลายรูปแบบ และมีกลิ่นที่หลากหลาย บางครั้งเรียกเทียนเหล่านี้ว่า เทียนแฟนซี หรือเทียนพิษ ที่สำคัญคือการผลิตเทียนในปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เทียนสีสวยมีกลิ่นต่างๆนั้น ซึ่งปัจจุบันมีขายทั่วประเทศรวมทั้งมีขายในต่างประเทศเช่นเดียวกัน อาจกลายเป็นตัวปล่อยสารพิษสู่อากาศทำให้อากาศเป็นพิษได้ ส่วนผสมบางอย่างในเทียนที่เห็นเป็นสีสวยๆนั้น อาจเป็นพิษต่อสุขภาพได้ โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลน่า สหรัฐอเมริกา (South Carolina State University) ได้ทำการศึกษาเทียนที่ผลิตจาก พาราฟิน (Pataffin wax candle) มีส่วนผสมของปิโตรเลียม และเทียนที่มีส่วนผสมของพืชและถั่วเหลือง เพื่อเปรียบเทียบการปล่อยสารพิษ โดยผลิตมาจากต่างโรงงาน เป็นเวลา 8 ชั่วโมง ในกล่องทดลอง นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างเทียนพร้อมสารเคมีในอากาศไปวิเคราะห์ ผลปรากฏว่าเทียนมีส่วนผสมของพาราฟินซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปล่อยสาร โทลูอีน (Toluene) และสาร เบนซีน (Benzene) ออกมาซึ่งเป็นสารพิษ เป็นสารก่อมะเร็ง ก่อนที่จะซื้อเทียนที่มีสีต่างๆครั้งต่อไปมาใช้ในงานต่างๆยามค่ำคืน ก็ขอให้ดูส่วนผสมด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพของเรา ของทุกคนในงานด้วย และควรจุดในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ที่มา ... edtech.ipst.ac.th |
สีกุหลาบสื่อความหมายแทนใจ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Thaigoodview.com, Doae.go.th, Formumandme.com, Panmai.com
เคล็ดลับเรื่องง่ายๆ ที่ทำไห้สุขภาพดี
เหงือกดี ด้วยน้ำชายามเช้าองค์การอาหารและยา ของสหรัฐและสวีเดน บอกว่าการบ้วนปากในช่วงเช้าด้วยน้ำชา จะช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากได้ เนื่องจากสารโพลีฟีนอล จะช่วยยับยั้ง การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่เป็นต้นเหตุของฟันผุ ส่วนการดื่มชาหลังมื้ออาหาร ก็ช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคเหงือกได้
เปลือยเท้า คลายเครียดการย่ำเท้าเปล่าไปบนทราย หรือสนามหญ้านุ่มๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากการเดินเท้าเปล่า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
เดินไวๆ ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย แต่ยังห่วงใยสุขภาพของตัวเองอยู่ ลองใช้วิธีเดินขึ้นบันได หรือให้ไวขึ้นอีกนิด อาจใช้เวลาเดินในช่วงเช้าหรือ หลังเลิกงานเดินไปที่ป้ายรถเมล์สักสามสี่ป้าย หรือเดินลงบันได ให้ได้วันละ 20 นาที จะช่วยบริหารหลอดเลือดหัวใจ ให้แข็งแรง และยังจะได้ หุ่นผอมบางสมส่วนเป็นของแถม
เติมไขมันดีๆ ให้ร่างกายไขมันนั้น ไม่ได้เป็นผู้ร้ายซะทีเดียว เพราะไขมันมีอยู่หลายชนิด ไขมันที่เป็นมหามิตรกับร่างกายน่ะ หากร่างกายขาดแคลน อาจมีผลต่อการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค และทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้ เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว จากน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วและไขมันโอเมก้า 3 จากปลา ซึ่งเป็นไขมันดีๆ ที่ไม่เพียงให้พลังงาน ทำให้มีเรี่ยวแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และหัวใจอีกด้วย
รับแสงแดดอ่อนมีข้อมูลจากการวิจัยระบุว่า ผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดเอาเสียเลย มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านม มากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดด เนื่องจากแสงแดด ช่วยสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกาย แต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่ายๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ควรรับแดดอ่อนๆ ในช่วงเย็นจะดีกว่า
Just Do Nothingลองหยุดภารกิจวุ่นๆ สักสัปดาห์ละวัน หรือวันละ 1 ชั่วโมง ให้ปลอดจากเรื่องงาน และคนรอบข้างใช้เวลาอยู่คนเดียวตามลำพัง จะช่วยทำให้คุณรู้สึกสงบ เป็นเวลาที่จะได้เรียนรู้วิธีหยุดหัวใจ อาจจะฟังเพลงเงียบๆ คนเดียว หรือ อาบน้ำอุ่นๆ แล้วอ่านหนังสือเล่มโปรด ค่อยๆ จิบน้ำชา ชมดอกไม้ เป็นการเติมความรื่นรมย์ด้านจิตใจ ทำให้คุณสดชื่น และมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ และยังห่างไกลจากโรคความรีบร้อน อันหมายถึงโรคที่ทำให้คุณตื่นตัว และเร่งรีบ จนแทบไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง
ดื่มน้ำมากขึ้นการดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย วันละ 5 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ได้เกือบ 50%
เปลือยเท้า คลายเครียดการย่ำเท้าเปล่าไปบนทราย หรือสนามหญ้านุ่มๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เนื่องจากการเดินเท้าเปล่า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
เดินไวๆ ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย แต่ยังห่วงใยสุขภาพของตัวเองอยู่ ลองใช้วิธีเดินขึ้นบันได หรือให้ไวขึ้นอีกนิด อาจใช้เวลาเดินในช่วงเช้าหรือ หลังเลิกงานเดินไปที่ป้ายรถเมล์สักสามสี่ป้าย หรือเดินลงบันได ให้ได้วันละ 20 นาที จะช่วยบริหารหลอดเลือดหัวใจ ให้แข็งแรง และยังจะได้ หุ่นผอมบางสมส่วนเป็นของแถม
เติมไขมันดีๆ ให้ร่างกายไขมันนั้น ไม่ได้เป็นผู้ร้ายซะทีเดียว เพราะไขมันมีอยู่หลายชนิด ไขมันที่เป็นมหามิตรกับร่างกายน่ะ หากร่างกายขาดแคลน อาจมีผลต่อการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค และทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้ เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว จากน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วและไขมันโอเมก้า 3 จากปลา ซึ่งเป็นไขมันดีๆ ที่ไม่เพียงให้พลังงาน ทำให้มีเรี่ยวแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และหัวใจอีกด้วย
รับแสงแดดอ่อนมีข้อมูลจากการวิจัยระบุว่า ผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดเอาเสียเลย มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านม มากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดด เนื่องจากแสงแดด ช่วยสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกาย แต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่ายๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ควรรับแดดอ่อนๆ ในช่วงเย็นจะดีกว่า
Just Do Nothingลองหยุดภารกิจวุ่นๆ สักสัปดาห์ละวัน หรือวันละ 1 ชั่วโมง ให้ปลอดจากเรื่องงาน และคนรอบข้างใช้เวลาอยู่คนเดียวตามลำพัง จะช่วยทำให้คุณรู้สึกสงบ เป็นเวลาที่จะได้เรียนรู้วิธีหยุดหัวใจ อาจจะฟังเพลงเงียบๆ คนเดียว หรือ อาบน้ำอุ่นๆ แล้วอ่านหนังสือเล่มโปรด ค่อยๆ จิบน้ำชา ชมดอกไม้ เป็นการเติมความรื่นรมย์ด้านจิตใจ ทำให้คุณสดชื่น และมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ และยังห่างไกลจากโรคความรีบร้อน อันหมายถึงโรคที่ทำให้คุณตื่นตัว และเร่งรีบ จนแทบไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง
ที่มา...นิตยสารเกษตรศาสตร์ /teenee.com
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



